ผมโชคดี
ที่โชคชะตาชีวิต ทำให้ผมได้เดินทางบ่อยครั้ง
ผนวกกับความกระหายใคร่รู้
โลกใหม่ แผ่นดินใหม่ ที่ผมอยากไปให้ถึง
จึงเป็นแรงผลักดัน ให้กำหนดชะตาตนไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่
27 - 30 ตุลา 49 แอบเดินทางไปเชียงใหม่แบบไม่มีจุดหมาย
แอบคือไม่ได้บอกให้ใครรู้ เดินทางมาจากสุราษฎร์ ขึ้นกรุงเทพด้วยรถไฟตู้นอน แล้วต่อไปเชียงใหม่ด้วยรถทัวร์ปรับอากาศ
ไม่มีจุดหมายคือไม่ได้กำหนดเส้นทางไว้ว่าจะไปที่ไหนบ้าง
มีจุดหมายปลายทางใหญ่ ไม่มีจุดหมายปลายทางย่อย..
2 ชีวิตออกเดินทางจากหมอชิต คืนวันที่ 27 ตุลา
ถึงเชียงใหม่ก็รุ่งสาง โดยมีเพื่อนที่เชียงใหม่มาคอยต้อนรับแต่ไก่โห่
(ความจริง เขาไปเที่ยวยันเช้า แล้วยังไม่ได้เข้าบ้านน่ะ เอิ๊กๆๆ)
การเดินทางด้วยรถทัวร์ รถไฟ เรือหรือรูปแบบอื่น ๆ ที่ได้สัมผัสของข้างทางที่ย่างผ่าน
เป็นเสน่ห์ที่สวยงาม หากเรารู้จักซึมซับ พินิจ พิจารณา สิ่งที่ได้พบเห็น
การเดินทางด้วยเครื่องบิน มีจุดเด่นที่เวลา
แต่จะเป็นโลกระหว่าง จุดตั้งต้น กับจุดปลาย ระหว่างทางเป็นเรื่องในอากาศ
เรามาถึงเชียงใหม่โดยที่ยังไม่มีที่พัก
แต่ก็ติดต่อมาสองที่ เพื่อขอแวะเข้าดูก่อนว่าใช้ได้ไหม
ที่แรก เป็นเกสต์เฮ้าส์ ตามสไตล์คนพักง่ายนอนง่ายอย่างผม ขอแค่ให้มีที่นอนเป็นพอ
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า เราจะได้ที่พักหรูหรา ราคาถูกให้เราได้พึงพอใจขนาดนี้
มีเตียง ใหญ๋ 1 เตียงเล็ก 1 ห้องครัว 1 มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม จานชาม แก้ว ตู้เย็น ไมโครเวฟ ฯลฯ และห้องน้ำในตัว
และสถานที่ใช้ประโยชน์ร่วมทั้งในบ้านและนอกบ้านที่สวยงาม ดูสงบ สบาย
ทั้งหมดนี้ในราคา แค่ 600 /คืน พักกี่คนก็ตามใจเรา
เพื่อนเชียงใหม่ของผม จึงนอนกับผมตั้งแต่เช้านั้นเป็นต้นมา อิอิอิ
งานนี้ต้องขอบใจเพื่อนชาวเจียงใหม่อีกคน
ที่ติดต่อให้ว่าที่ไหนน่าพักน่าหลับนอนบ้าง ยกนิ้วให้เลย..
ที่ที่ 2 .... ไม่ได้ไปดูฮะ เจอที่แรกแล้วประทับใจ ก็นอนแผ่หรากันหมด
ที่เห็นขาใหญ่อย่างนี้ คือน้องที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน
เตียงใน จะเป็นเตียงของผมเอง
เรานอนกันอยู่ได้สัก 2 -3 ชั่วโมง ผมก็ทั้งทุบทั้งตีให้ช้างน้ำ อุ๊บบส์ และเพื่อนของผมตื่นให้ได้
เพื่อที่จะได้มีเวลาเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่ได้มากที่และหลากหลายพอ
เอ้าลุยยยยยยยยยยยยยยยย !!!
การเดินทางในพื้นที่ครั้งนี้ของเรา จะใช้มอเตอร์ไซด์เป็นหลัก
คือเช่าคันนหนึ่ง และของเพื่อนอีกคันหนึ่ง
จุดหมายแรกคือพระธาตุดอยสุเทพ นี่เป็นภาพระหว่างทางขึ้นเขา
รูปหล่อครูบาศรีวิชัย สถานที่แสดงความเคารพ สักการะ ก่อนเดินทางขึ้นดอยสุเทพ
พระธาตุดอยสุเทพ กับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีวันเหือดหาย
ชัช : ลุงขา ใช้บริการรถรางดีกว่านะคะ
ลุง : ไม่ต้องง่ะ เดินขึ้นนี่แหละ ได้เดินไปนึกไปถึงแรงศรัทธาของคนสมัยก่อนที่มาสร้างพระธาตุไว้ที่นี่ได้
ชัช : ค่ะๆๆๆๆๆๆ
ลุง : ถ้าไม่ไหวลุงไม่แบกนะ งิงิงิ
บันไดทางขึ้นพระธาตุ
ระหว่างทางขึ้นพระธาตุ กับปริศนาธรรม
ที่นี่ มีเสน่ห์ ตรงที่ ไม่ได้มีไว้ต้อนรับแต่ฝรั่งมังค่า
แต่เราจะเห็นบรรยากาศ ของคนพื้นเมือง มาไหว้สักการะ บูชาอยู่มิได้ขาด
และที่วัดนี้ หนุ่มเจียงใหม่ ได้เจอเพื่อนของเขา
ทำให้เราได้ทราบว่ามีงานใหญ่รอเราอยู่คืนนี้ !!
บ่ายลงจากดอย มาแวะวัดสวนดอก แล้วก็กลับที่พัก เพื่อเอาแรงและหลบร้อน...
ผมเป็นคนที่เดินทางกลางคืนด้วยรถทัวร์ไม่ได้
เพาะมันจะเมื่อยมาก จนนอนไม่หลับ
ทำให้คืนที่ผ่านมาค่อนข้างเพลีย ตอนบ่ายจึงหลับเป็นตายกับอากาศเย็น ๆจากเครื่องปรับอากาศ
ส่วน เพื่อนไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาไม่ได้นอนมาทั้งคืนเพราะไปเที่ยวมา
และน้องสาวแสนสวย ก็นอนได้ทุกเวลาที่เอนกาย
เราทั้งหมดตื่นมาอีกทีจึงพลบค่ำ และใกล้เวลางานแล้ว
จึงกุลีกุจอ ตื่น แล้วรีบแต่งตัว ไปงานที่เซอร์ไพรส์ พวกเราเอง
ยี่เป็งสันทรายยยยยยยยยยยย
งานยี่เป็งคือการจุดโคมลอยเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
สถานที่ที่จัดงานนี้ คือ ธุดงคสถานสันทราย
อยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเราต้องขับมอเตอร์ไซด์กันไปมากกว่า 15 กิโล
ยิ่งเข้าใกล้สถานที่จัดงานรถยิ่งติด คนยิ่งมาก
แต่ก็ไม่มีใครดูจะหันหัวกลับสักคน แม้ว่าจะโดนฝุ่นควันตลบจากถนนลูกรังแดง T_T
เราโชคดีกันมาก ไปถึงสักพัก ก็เป็นช่วงทำพิธีพอดี คือสวดมนต์ ทำใจให้บริสุทธิ์ อธิษฐานแล้วก็จุดโคม
พลบค่ำแรกของพวกเราที่เชียงใหม่ จึงเป็นพลบค่ำที่สวยงามกว่าใคร ๆ...
ผมเพิ่งเคยเห็นการจุดโคมลอยด้วยตาตัวเองเป็นครั้งแรก
ความยิ่งใหญ่ในพลังของศรัทธา ความงามความสงบ และใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้จากทุกคนที่เข้าร่วมงาน
และอาจจะรวมไปถึง...
คนเมืองที่อยู่ห่างออกไป 15 กิโลแต่ก็มองเห็น
ชาวเขาที่กำลังนอนดูดาวที่เคลื่อนไหวได้จากกระท่อมของเขา
สำหรับพวกผมนั้นไม่ต้องพูดถึง
ยิ้มจนแก้มปริ จะถึงหูอยู่แล้ววววว
ขอจบตอน 1 ก่อนนะครับ เกรงใจคนเนตช้า
เนยบิน
16.59 น. 21 พ.ย. 49
ไม่เคยเห็นคาตา เหมือนกัน สวยแจ่ม